PHRONTHIP's profile*-* Space aomyim *-*PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
*-* Space aomyim *-*0_0 moddom 0_0 |
|||||
|
|
1/10/2008 มุมหากใครคนนึงมีคำถาม สักวันเขาอยากจะพบใคร 12/8/2007 เทอคือดวงใจรู้ตัวหรือเปล่า เธอทำอะไรให้ชีวิตของฉัน มากมายเท่าไร ที่ได้จากการที่มีเธออยู่ข้างกัน *เป็นความอบอุ่นในหัวใจ เป็นความยิ่งใหญ่ของทุกวัน เป็นจุดมุ่งหมาย และเรี่ยวแรงใจอันสำคัญ **เพราะว่าเธอนั้นคือ ดวงใจของฉัน ที่ทำให้ทุกๆวันฉันเดินสู้ต่อ ต้องล้มแล้วลุกเท่าไรไม่เคยจะท้อ ไม่เคยหวั่นไหว ขอเพียงยังมีเธออยู่ด้วยกัน ตลอดไป (ขอเพียงยังมีเธอเดินเคียงข้างฉัน) (ขอเพียงยังมีเราอยู่ด้วยกัน ฉันก็สุขใจ ) รู้สึกหรือเปล่า เธอเติมอะไรให้วันคืนเหล่านั้น เนิ่นนานเท่าไร ได้สุขจากการที่มีเธออยู่ใกล้กัน 12/3/2007 เศร้าจริงๆ อยากให้อ่านฉันเกิดในหมู่บ้านบนภูเขาที่ห่างไกลผู้คน แต่ละวันพ่อแม่ของฉันต้องพรวนดินในไร่ท่ามกลางแดด ฉันมีน้องชายอยู่หนึ่งคน อายุน้อยกว่าฉัน 3 ปี วันหนึ่งฉันขโมยเงินของพ่อเพื่อไปซื้อผ้าเช็ดหน้าที่เพื่อนๆของฉันมีกัน แล้วพ่อก็รู้เรื่อง พ่อให้ฉันกับน้องคุกเข่าหันหน้าหากำแพงโดยที่ในมือพ่อมีก้านไม่ไผ่อยู่หนึ่งก้าน "ใครขโมยเงินไป" พ่อตวาด ฉันกลัวมาก ไม่กล้าพูดอะไรออกไป น้องชายฉันก็เช่นกัน พ่อจึงเอ่ยขึ้นว่า "ก็ได้ในเมื่อไม่มีคนรับสารภาพก็ต้องโดนลงโทษทั้งคู่นั่นล่ะ" พ่อชูก้านไม้ไผ่ในมือขึ้น ทันใดนั้น น้องชายของฉันก็ลุกขึ้นคว้าข้อมือของพ่อไว้.... แล้วพูดว่า "ผมขโมยเองครับ" ก้านไม้ไผ่ก้านนั้นได้กระหน่ำลงบนหลังของน้องของฉันอย่างต่อเนื่อง พ่อโกรธมาก พ่อตีน้องของฉันไม่หยุด จนพ่อหอบด้วยความเหนื่อย พ่อนั่งลงบนเก้าอี้ และด่าว่าน้องชายของฉัน "ของคนในบ้านแกเอง แกยังขโมยได้ต่อไปแกจะทำชั่วอะไรอีก แกน่าจะโดนตีให้ตาย หัวขโมย" คืนนั้นฉันกับแม่กอดน้องชายของฉันไว้ หลังของน้องมีแผลเต็มไปหมดแต่เขาไม่ได้ร้องไห้แม้แต่น้อย กลางดึกคืนนั้น ยังไงฉันก็อดที่จะเกลียดตัวเองไม่ได้ ที่ไม่มีความกล้าจะบอกความจริงกับพ่อ แต่เหมือนกับว่าเหตุการณ์มันเพิ่งเกิดเมื่อวานนี้เอง ฉันไม่อาจลืมคำพูดของน้องชาย ตอนที่เขาปกป้องฉันได้เลย ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 8ปี ส่วนฉันอายุ 11ปี... เมื่อตอนที่น้องชายของฉันใกล้จบ.ม.ต้น เขาได้รับการตอบรับจากโรงเรียน ม.ปลาย ว่าเขาสอบได้ ในขณะที่ฉันซึ่งใกล้จบ ม.ปลาย ก็ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัย ของจังหวัดเช่นกัน คืนนั้น พ่อได้นั่งสูบบุหรี่อยู่ที่สวนหลังบ้านฉันแอบได้ยินพ่อพูดว่า "ลูกเราทั้งคู่เรียนดีเรียนดีมากนะ"แม่ซึ่งนั่งเช็ดน้ำตาอยู่ข้างๆ พ่อ ได้พูดว่า "แล้วเราจะส่งเสียลูกทั้งคู่ได้อย่างไรในเมื่อเราก็ไม่ค่อยมีเงิน" ทันใดนั้น น้องชายของฉันได้เดินเข้าไปหาพ่อ แล้วพูดว่า "ผมไม่ต้องการเรียนต่อผมอ่านหนังสือ มามากพอแล้ว"พ่อเหวี่ยงมือตบลงที่แก้มของน้องของฉันฉาดใหญ่ "ทำไมถึงคิดโง่ๆ อย่างนี้ ต่อให้พ่อต้องไปเป็นขอทานข้างถนน พ่อก็จะส่งแกทั้งคู่เรียนจนจบให้ได้ "คืนนั้นทั้งคืน พ่อได้เดินไปตามบ้านต่างๆ ทั่วทั้งหมู่บ้าน....เพื่อขอยืมเงิน ฉันค่อยๆ เอามือประคบแก้มบวมๆ ของน้องชายเบาๆ และคิดว่า " ต้องให้น้องได้เรียนต่อไม่ เช่นนั้นเขาคงไม่อาจหลุดพ้นชีวิตลำบากเช่นนี้ไปได้" แต่ในขณะเดียวกัน ฉันก็ไม่อาจล้มเลิกความคิดอยากจะเรียนต่อไปได้ ใครจะรู้ได้ ....... วันต่อมาในตอนเช้ามืด น้องชายของฉันได้ออกจากบ้านไปพร้อมทั้งเสื้อผ้าติดตัวเพียง ไม่กี่ชิ้นและถั่วเพียงเล็กน้อยเพื่อประทังความหิว ก่อนไปเขาได้ทิ้งข้อความไว้ใต้หมอน ของฉัน ขณะฉันกำลังหลับ "พี่ครับ การจะเข้ามหาวิทยาลัยได้ ไม่ใช่ง่ายๆ นะ ผมจะไป หางานทำ...แล้วจะส่งเงินมาให้พี่ "ฉันนั่งอยู่บนเตียงอ่านข้อความของน้องชายด้วย น้ำตานองหน้า ฉันร้องไห้จนเสียงแหบแห้งไป ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 17ปี ส่วนฉันอายุ 20ปี ด้วยเงินที่พ่อยืมมาจากคนในหมู่บ้าน รวมกับเงินที่น้องชายของฉันได้รับเป็นค่าจ้างมาจากการทำงานเป็น กรรมกรแบกหาม ที่ไซท์ก่อสร้างท่าเรือ .....ฉันจึงสามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้จนถึงปี 3 วันหนึ่งขณะที่ฉันกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องพัก เพื่อนร่วมห้องของฉันได้เข้ามาบอกว่า "มีชาวบ้านมาหาเธอ...อยู่ข้างนอกแน่ะ" ทำไมชาวบ้านถึงมาหาฉันล่ะ ??? ฉันเดินออกไปแล้วมองเห็นน้องชายของฉันยืนอยู่ ตัวของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นปูน และทรายจากงานก่อสร้าง ฉันถามเขาว่า "ทำไมไม่บอกเพื่อนพี่ไปว่าเป็นน้องชายพี่ล่ะ" น้องชายของฉันตอบยิ้มๆ ว่า "ก็ดูผมสิสกปรกมอมแมมออกอย่างนี้...ขืนบอกว่าเป็นน้องพี่ พยายามพูดด้วยเสียงเครือๆในลำคอ "พี่ไม่สนใจว่าใครจะพูดยังไง เธอเป็นน้องของพี่ เป็นกิ๊บหนีบผมรูปผีเสื้อ . เขาติดกิ๊บให้ฉัน แล้วพูดว่า "ผมเห็นสาวๆ ในเมืองเค้าติดกัน ผมเลยอยากให้พี่ติดบ้าง"ฉันหมดเรี่ยวแรงลงในทันใด ดึงน้องชายเข้ามาสวมกอดและร้องไห้ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเวลานานตอนนั้นน้องของฉันอายุ 20 ปี ส่วนฉันอายุ 23 ปี วันที่ฉันพาแฟนหนุ่มของฉันมาที่บ้านเป็นครั้งแรก ฉันสังเกตเห็นว่า หน้าต่างบ้านที่เคยแตกไป ลับไป ฉันพูดกับแม่ว่า "แม่ไม่ต้องเสียเงินเพื่อทำความสะอาดบ้านกับซ่อมกระจก เพียงเพราะหนูจะพาแฟนมาที่บ้านหรอกนะคะ" แม่ยิ้ม แล้วพูดว่า "แม่ไม่ได้จ้างหรอก... น้องชายลูกต่างหากวันนี้เค้าขอเลิกงานเร็วเพื่อกลับมาทำความสะอาดบ้าน ลูกยังไม่เห็นมือน้องหรอกเหรอ น้องโดนกระจกบาดตอนกำลังเปลี่ยนกระจกบานใหม่น่ะ" ฉันรีบเข้าไปหาน้องที่ห้องนอนของเขา ฉันรู้สึกเหมือนถูกเข็มนับร้อยเล่มทิ่มลงกลางใจเมื่อได้ เห็นบาดแผลบนมือ ฉันจับมือน้องเอาไว้อย่างเบามือที่สุด "เจ็บมากไหม" ฉันถาม "ไม่เจ็บสักหน่อย พี่ก็รู้นี่ผมทำงานก่อสร้างนะ วันๆมีหินตกมาใส่เท้าผมเต็มไปหมด แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมคิดเลิกทำงานหรอกนะ และ........" น้องชายของฉันยังพูดไม่จบประโยค หลังจากนั้น ฉันก็ได้แต่งงานและย้ายเข้าไปอยู่ในเมือง หลายครั้งที่สามีของฉันชักชวนให้พ่อแม่ ของฉันย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองด้วยกัน... แต่ท่านทั้งสองก็ปฏิเสธ ท่านบอกว่า ท่านเคยย้ายออกจาก หมู่บ้านครั้งหนึ่ง แต่เมื่อออกไปแล้ว ท่านไม่รู้จะทำอะไรดี จึงได้ย้ายกลับเข้ามาใช้ชีวิตในหมู่บ้าน ตามเดิม น้องชายของฉันก็ไม่เห็นด้วยกับการที่จะให้เขาและพ่อแม่ย้ายออกไป ทางนี้เอง" สามีฉันได้ขึ้นเป็นประธานของบริษัทของครอบครัว เราทั้งคู่อยากให้น้องชาย ของฉันเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการบริษัท แต่น้องชายของฉันก็ไม่รับตำแหน่งนี้ เขาขอเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานธรรมดา วันหนึ่ง น้องชายของฉันต้องปีนบันไดขึ้นไปซ่อมสายเคเบิล และตกลงมาเพราะโดนไฟดูด เขาถูกรีบหามส่งโรงพยาบาล ฉันและสามีรีบไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาล น้องชายของฉันขา หักต้องเข้าเฝือกที่ขา ฉันโกรธมาก จึงตวาดน้องไป "ทำไมถึงไม่ยอมรับตำแหน่งผู้จัดการหา! ถ้าเป็นผู้จัดการก็จะได้ไม่ต้องมาทำงานเสี่ยงๆอย่างนี้ ดูตัวเองซิ...เจ็บเจียนตายอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่ยอมฟังพี่บ้าง" คำตอบจากปากน้องของฉันรวม ถึงสีหน้าเคร่งเครียด ยังยืนยันความคิดเดิมของเขา "พี่ลองคิดถึงพี่เขยสิครับ พี่เขยเพิ่งจะได้เป็นประธาน ส่วนผมมันการศึกษาต่ำถ้าผมได้เป็น ผู้จัดการคงจะมีเสียงนินทาว่าร้ายเต็มไปหมด" น้ำตาปริ่มดวงตาของฉันรวมทั้งสามีของฉัน ด้วย ฉันบอกกับน้องว่า "แต่ที่เธอไม่ได้เรียนต่อก็เพราะพี่..." "ทำไมต้องพูดถึงเรื่องที่ผ่านไปแล้ว ด้วยล่ะครับ" น้องชายของฉันจับมือฉันไว้ ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 26 ปี ส่วนฉันอายุ 29 ปี... เมื่อน้องชายของฉันอายุได้ 30 ปี เขาได้แต่งงานกับผู้หญิงในที่ทำงานที่เดียวกัน ในงานแต่งงาน ตอบอย่างไม่ลังเล "พี่สาวของผมครับ".....และเขาก็เล่าเรื่องราวที่แม้แต่ฉันยังจำไม่ได้ "ตอนผมอยู่โรงเรียนประถม โรงเรียนอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง เราสองคนพี่น้องต้องใช้เวลาถึง 2ชม. เพื่อเดินไปเรียน...และเดินกลับบ้าน วันหนึ่งในวันที่หิมะตกหนักผมทำถุงมือหายไปข้างหนึ่ง พี่สาวผมจึงได้ให้ถุงมือของเธอข้างหนึ่ง และเธอก็ใส่ถุงมือเพียงข้าง เดียวเดินเป็นระยะทางไกล เมื่อเรากลับถึงบ้านมือเธอบวมแดงเพราะอากาศหนาว เธอไม่สามารถจับช้อนทานข้าวได้ด้วยซ้ำ และจะทำดีกับเธอ" เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่ว สายตาทุกคู่ของแขกเหรื่อหันมาจับจ้องที่ฉัน คำพูดจากปากฉันออกมาอย่างยากลำบาก "ในโลกใบนี้คนเดียวที่ฉันรู้สึกขอบคุณที่สุด คือน้อง ชายของฉันค่ะ" ในวาระที่มีความสุขที่สุดเช่นนี้ น้ำตาได้รินไหลออกมาจากสองตาของฉันอีกครั้ง...
จงรัก และห่วงใยคนที่คุณรักในทุกๆ วันในชีวิตของคุณและเขา คุณอาจจะคิดว่าสิ่งที่คุณทำให้ ใครสักคนเป็นเพียงสิ่งเล็กๆน้อยๆ แต่สำหรับคนคนนั้นอาจจะมีความหมายมากอย่างคาดไม่ถึง ไม่ว่าเขาคนนั้นจะคือ พ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติ คนรัก เพื่อน หรือแม้คนที่คุณไม่รู้จัก ก็ตาม
จบบริบูรณ์....
ปล.ปัจจุบันผู้เป็นพี่สาวอายุ 86 ปีตำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารใหญ่บริษัทฮุนไดและในเครือกว่า 20 บริษัท ส่วนน้องชายอายุ 83 ปีเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทเล็กๆ ที่มีชื่อเป็นภาษาเกาหลีว่า "ซัมซุง"
12/1/2007 กันและกันเราไปดูรักแห่งสยามมา หนังเค้าดีนะน้ำตาท่วมจอเลย (พาคนที่คุณรักไปดูทุกคน)
เอาเพลงมาฝากดด้วย เพราะดี ชอบๆ
ถ้าบอกว่าเพลงนี้ แต่งให้เธอ เธอจะเชื่อไหม มันอาจไม่เพราะ ไม่ซึ้งไม่สวยงามเหมือนเพลงทั่วไป อยากให้รู้ ว่าเพลงรัก ถ้าไม่รัก ก็เขียนไม่ได้ แต่กับเธอคนดีรู้ไหม ฉันเขียนอย่างง่าย...ดาย เธอคงเคยได้ยินเพลงรักมานับร้อยพัน มันอาจจะโดนใจ แต่ก็มีความหมายเหมือนๆกัน แต่ถ้าเธอฟังเพลงนี้ เพลงที่เขียนเพื่อเธอเท่านั้น เพื่อเธอเข้าใจความหมายแล้วใจจะได้มีกันและกัน มีความจริงอยู่ในความรักตั้งมากมาย และที่ผ่านมาฉันใช้เวลาเพื่อหาความหมาย แต่ไม่นานก็เพิ่งรู้ เมื่อทุกครั้งที่มีเธอใกล้ ว่าถ้าชีวิตคือทำนอง เธอก็เป็นดังคำร้องที่เพราะและซึ้งจับใจ ให้มันเป็นเพลง บนทางเดินเคียง ที่จะมีเพียงเสียงเธอกับฉัน อยู่ด้วยกันตราบนานๆ ดั่งในใจความบอกในกวี ว่าตราบใดที่มีรักย่อมมีหวัง คือทุกครั้งที่รักของเธอส่องใจ ฉันมีปลายทาง มีทางเดินให้เราเดินเคียง และมีเสียงของเธอกับฉัน มีทางเดินให้เราเดินร่วมเคียง และมีเสียงของเธอกับฉัน |
เม้นให้ด้วยนะ ขอบคุณคร้าบ.......
Champ Pratyawrote:
โหย ทำได้สวยจังเลย ท่าทางจะว่างดี วันเสาร์ไปกินข้าวเย็นกันป่าวจ๊ะ
Mar. 6
Ruang Madnesswrote:
น่ารักจังโอ่แม่เจ้า คิคิคิ
Jan. 4
Eak-Za-Nawrote:
กว่าจะรู้ว่าโลกนี้กว้างใหญ่
ก็ต่อเมื่อเรา.....ได้ออกเดินทาง จะรู้ว่าคุณค่าของอะไร ในสักอย่าง ก็ต่อเมื่อเราได้.....เสียมันไป จะรู้ความหมายของ ฟ้าหลังฝน ก็ต่อเมื่อเรา.....ผ่านพ้นมันมาได้ จะรู้ว่ายังมี เรื่องราวอีกมากมาย ก็ต่อเมื่อเราเปิดใจ.....ยอมรับมัน จะรู้ว่าในหนังสือ มีอะไร ก็ต่อเมื่อเราได้.....ลองเปิดอ่าน จะรู้เวลาของ ดอกไม้บาน ก็ต่อเมื่อเราเฝ้าตาม.....อยู่อย่างนั้น จะรู้ว่าเรื่องหัวเราะ มันมีต่า ก็ต่อเมื่อเราเสียน้ำตา.....ในสักวัน จะรู้ถึงความในใจ ของกันและกัน ก็ต่อเมื่อเราได้พูด.....มันออกไป จะรู้ว่าอะไรที่เรียนว่า คิดถึง ก็ต่อเมื่อในความคำนึง.....มีใครสักคน จะรู้ความหมายในคำว่ารัก สักหน ก็ต่อเมื่อมีใครบางคน.....วนเวียนอยู่ในหัวใจ จะรู้ว่าค่ำคืนนี้ คงไม่เงียบเหงา ก็ต่อเมื่อเรื่องเล่า.....ได้มีโอกาสบอกไป จะรู้ว่าทุกคำพูด หมดความหมาย ก็ต่อเมื่อคนๆนั้น.....ไม่อยู่ให้บอก
Dec. 5
purinkung koduckjungwrote:
จะให้เม้นอะไรจ่ะ น้องสาวสุดสวย
Nov. 21
DoTaL DeViLwrote:
นับวันยิ่งน่ารักขึ้นตามวันเวลาเลยนะเรา นี่แระน๊าที่เขาเรียกว่าละอ่อนกะลังจาโตก้อมีความสุขกะทุกวันละกันนะจ๊ะ
Nov. 5
รัชดา กาญจนแพทย์นุกูลwrote:
น่ารักดีนะ ใกล้ได้เจอกันแล้วเนอะ
Oct. 26
haruchawrote:
สวยจังเลย
Oct. 25
bjbp narakwrote:
^j^ รูปสวยจังทำเก่งนะ
Oct. 18
Watchara Wongcharoenwrote:
มาแล้วนะจ๊ะ คนสวย
Oct. 13
[BirD]:.
wrote:
น่ารักกันทุกคนเลย
Oct. 11
bjbp narakwrote:
ว่างมากนะน้องสาว
Sept. 13
leewrote:
น่ารักนะ
เอารูปมาลงเยอะๆเลย
อิอิ
Sept. 12
My Life.. Yoshizwrote:
อารมณ์ ไหนอะ แบคสีร้อนแรงมากเลย คริๆ ปต่ก้อ สวยดี
Aug. 30
ทายงับwrote:
น่ารักม้ากมาก............
July 13
Theowrote:
ดีคับ comment
July 9
Watchara Wongcharoenwrote:
เข้ามาเยี่ยมคนสวยแล้วน้า ตามคำขอ
July 9
แมนนะครับ ...wrote:
แหมๆ น้องเรามาแนวหวานๆๆ เลยนะ อิอิ
เอารูปมาลงเยอะๆ นะ
July 6
My Life.. Yoshizwrote:
ขอ อมยิ้ม ได้มะ ... อยากได้ไว้ครอบครอง อะ
น่ารัก อะ ช๊อบชอบ
July 6
Boywrote:
น่ารักมากๆๆๆๆๆๆ แหล่มเลย
July 6
ทายงับ
wrote:
น่ารักม้ากกกกกกกกกกกกก
July 6
|
|||
|
|